[ย้อนกลับ]


หนี่หว่าเจ้าแม่ผู้ให้กำเนิดมนุษย์ ( คนอ่าน 84309 คน) ( คนแสดงความเห็น 67 คน)

                                          


     


      เล่ากันว่าเมื่อโลกเพิ่งจะเกิดนั้น  ทุกสิ่งทุกอย่างปนเปกันยุ่งเหยิงไปหมด 


ต่อมาฟ้าและดินจึงค่อย แยกออกจากกันอย่างเด่นชัด   สมัยนั้น  พื้นดิน


ไม่มีมนุษย์ ท้องฟ้าไม่มีนก โลกทั้งโลกมีแต่ความรกร้างว่างเปล่าความหนาว


ปกคลุมไปทั่ว


          วันหนึ่ง  ขณะที่เจ้าแม่หนี่วากำลังนั่งเล่นอยู่ริมลำธาร พระนางเหงาเหลือเกิน


 จึงควักดินจากริมแม่น้ำมาปั้นเล่น   ขณะนั้นพระเจ้าฝูซีเสด็จไปธุระ


ยังแดนไกล เจ้าแม่หนี่วาทรงคิดถึงพระเจ้าฝูซีมาก จึงปั้นคนตัวเล็ก ที่มีรูป


ร่างหน้าตาคล้ายพระเจ้าฝูซี รูปปั้นดินเหนียวเหล่านั้นมีแขนมีขา มีปาก มีจมูก


 แต่ไม่มีหู ไม่มีตา   เมื่อปั้นเสร็จเรียบร้อย  รูปปั้นเหล่านั้นก็วิ่งได้ มันมีชีวิตชีวาขึ้นมา


ทันที   แต่เนื่องจากมันไม่มีหู ไม่มีตา มันจึงกระโดดโลดเต้นและวิ่งพล่าน


ไปทั่ว   เจ้าแม่หนี่วาร้องตะโกนขึ้นว่า


            “อย่าหนีนะ อย่าหนี…” แต่มันไม่ได้ยิน เนื่องจากไม่มีหู มันจึงวิ่งหนีไป


ตามเรื่องตามราว   เจ้าแม่หนี่วาร้อนพระทัยมาก รีบคว้าตัวมันไว้ แล้วใช้ปิ่นปัก


ผมจิ้มบริเวณขมับของเจ้าหุ่นดินให้มีรูหู รู ทีนี้เจ้าหุ่นดินเหลืองก็มีหูสำหรับ


ฟังเสียงแล้ว แต่มันยังคงอาละวาดไม่หยุด มันฟาดแขนฟาดขาอย่างหลับหูหลับ


ตา เจ้าแม่หนี่วาโกรธมากจึงบิดตรงรูหูทั้งสองข้างของมัน แล้วถามว่า


            “เจ้าไม่ได้ยินหรือไง ข้าสั่งให้หยุดอาละวาดเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่มีหูรึไง”


เจ้าหุ่นดินเหลืองถูกบิดหูจนกลายเป็นใบหูอย่างเช่นมนุษย์ในทุกวันนี้


            หุ่นดินเหลืองตอบว่า


            “ข้ามีหูแล้ว แต่ไม่มีลูกตา ข้ามองไม่เห็นจึงกลุ้มใจมาก”


            เจ้าแม่หนี่วาได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่า “เอาละข้าจะสร้างลูกตาให้เจ้าเดี๋ยว


นี้แหละ”   ว่าแล้วพระนางก็ลากหุ่นดินมายังริมแม่น้ำ แล้วนำเม็ดทรายสีดำ


เม็ด เสียบเข้าไปตรงบริเวณเบ้าตา   แต่ว่าขณะที่เมล็ดทรายถูกเสียบเข้าไปใน


กระบอกตานั้น น้ำก็ไหลเข้าไปด้วย   ดังนั้นทุกวันนี้หากมีฝุ่น มีทรายกระเด็นเข้า


ตามนุษย์  น้ำตาจึงไหลออกมา


           เมื่อหุ่นดินมีลูกตาเรียบร้อยแล้ว มันก็เลิกอาละวาด   มันเรียบร้อยมาก


 เชื่อฟังเจ้าแม่หนี่วาทุกอย่าง และยังเล่นเป็นเพื่อนแก้เหงากับเจ้าแม่หนี่วาด้วย 


เจ้าแม่หนี่วาคิดต่อไปว่า มีมนุษย์เพียงคนเดียว มันน้อยเกินไป ควรจะปั้นอีก


หลาย ตัว   คิดแล้วนางก็เริ่มปั้นมนุษย์เป็นการใหญ่   คราวนี้มีทั้งมนุษย์เพศ


ชายและเพศหญิง   มีทั้งคนแก่ คนหนุ่ม คนสาว เด็ก    มีทั้งคนสวย คนหล่อ


คนอัปลักษณ์ คนอ้วน คนผอม คนสูง คนเตี้ย   การที่มนุษย์มีรูปร่างหน้าตาแตกต่าง


กันเช่นนี้ เนื่องจากเจ้าแม่หนี่วาปั้นมนุษย์ทีละคนนั่นเอง


          ทีแรกเจ้าแม่หนี่วาปล่อยมนุษย์ให้เดินทางไปอยู่ทางทิศตะวันออก 


ต่อมาจึงปั้นมนุษย์อีกส่วนหนึ่งให้ไปอยู่ทางทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้…เจ้าแม่


หนี่วาเห็นมนุษย์กระจายกันออกไปตามที่ต่าง เช่นนี้ ก็รู้สึกชื่นใจมาก  จึงลง


มือปั้นเอา ด้วยความเร็วที่ทวีคูณยิ่งขึ้น


            ต่อมาพระนางรู้สึกว่าการใช้มือปั้นทีละคนนั้นสร้างมนุษย์ได้ช้ามาก จึง


ใช้เชือกเส้นหนึ่งจุ่มลงไปในดินโคลน แล้วยกเชือกขึ้นสะบัด   ดินโคลนที่ถูกสะ


บัดออกจากเชือกเส้นนั้นก็กลายเป็นมนุษย์ตัวเล็ก เช่นกัน   แต่ว่าบางตัวก็มี


ชีวิต บางตัวก็ไม่มีชีวิต บางตัวเป็นมนุษย์ที่ครบถ้วน ๗๒ ประการ แต่บางตัวไม่


มีแขน ไม่มีขา ไม่มีตา ไม่มีสมอง กลายเป็นคนพิการ คนปัญญาอ่อน


          เจ้าแม่หนี่วาใช้ดินเหลืองปั้นมนุษย์   ดังนั้นตามเนื้อตัวของมนุษย์จึงมีขี้


ดินติดอยู่


          หลังจากเจ้าแม่หนี่วาสร้างมนุษย์ขึ้นแล้ว เวลาผ่านไปอีกนานมากที


เดียว นานจนไม่ทราบว่ากี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นปี   จู่ ท้องฟ้าก็ถล่มลงมา ดินก็ยุบ


ลงไป ป่าไม้ถูกไฟป่าเผาผลาญ เกิดไฟไหม้โลกครั้งใหญ่ และน้ำบนภูเขาก็ไหล


บ่าลงมาท่วมแผ่นดิน มนุษย์วิ่งหนีกันอลหม่าน และบาดเจ็บล้มตายกันเป็นเบือ


           เจ้าแม่หนี่วาเห็นดังนั้น ก็รู้สึกเศร้าเสียใจมาก จึงคว้าก้อนหินหลากสีมาอุด


รูรั่วบนท้องฟ้า  และฆ่ามังกรร้ายที่ทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้น   หลังจากนั้นมนุษย์


จึงอยู่ รอดมาได้    มนุษย์ต่างขอบคุณเจ้าแม่หนี่วาที่ช่วยชีวิตพวกตน จึงพร้อม


ใจกันยกย่องให้เจ้าแม่หนี่วาเป็นบรรพสตรี เทวีผู้ให้กำเนิดมนุษย์


         


 


 




แสดงความเห็นเพิ่มเติม           อ่านความคิดเห็นอื่น ๆ