ท้าวผาแดงนางไอ่ ( คนอ่าน 36995 คน) ( คนแสดงความเห็น 48 คน)
เมืองสุวรรณโคมคำหรือเอกธีตา อยู่ทางทิศใต้ของเมืองหนองแส
มีพระยาขอมเป็นผู้ปกครอง มีนางจันทร์เป็นมเหสี มีธิดาสาวสวยคน
หนึ่ง ชื่อไอ่คำ พระยาขอมมีน้องชายสองคน ให้ไปปกครองเมืองเชียง
เหียนและเมืองสีแก้ว มีหลาน ๓ คน ให้ไปครองเมืองฟ้าแดด
เมืองหงส์ และเมืองทอง นางไอ่คำอายุได้ ๑๕ ปี มีความงามดังไป
ทั่วทุกทิศ จนกระทั่งไปเข้าหูของท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง ท้าวผาแดง
จึงขี่ม้าแอบมาหานางไอ่คำ และได้สมัครรักใคร่กัน แล้วสัญญากันว่า
จะทำพิธีสู่ขอ และ แต่งงานกันตามประเพณีในไม่ช้านี้
มีเมืองอีกแห่งหนึ่งชื่อศรีสัตตนาคนหุต มีสุทโธนาคครองเมือง
มีโอรสชื่อภังคี สุทโธนาคนี้อพยพมาจากหนองแส เพราะผิดใจกัน
กับสุวรรณนาคผู้เป็นสหาย เนื่องมาจากการแบ่งเนื้อเม่น คือ
สุทโธนาคไม่พอใจเพราะได้น้อยคิดว่าสุวรรณนาคเล่นไม่ซื่อ
จึงเกิดการทะเลาะกันเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ เดือดร้อนถึง
พระอินทร์ต้องส่งเทพบุตรลงมาห้ามศึกสงครามและเทพบุตรได้
แบ่งเขตให้ทั้งสองอยู่ คือ สุวรรณนาคปกครองฝั่งใต้ สุทโธนาค
ครองฝั่งเหนือและตะวันออกโดยแบ่งลงไปจดฝั่งทะเล นาคทั้งสอง
จึงขุดคลองจากหนองแสลงสู่ทะเล โดยสุวรรณนาคขุดแม่น้ำน่าน
หรือโพระมิง ตั้งเมืองนันทบุรี ส่วน สุทโธนาคขุดแม่น้ำโขง และ
ตั้งเมืองศรีสัตตนาคนหุต
ครั้นถึงกลางเดือนหกพระยาขอมจะทำบุญบั้งไฟ จึงมีใบบอกบุญ
ไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ที่เป็นบริวารให้ทำบั้งไฟไปร่วมจุดในงาน
ท้าวผาแดงไม่ได้รับใบบอกบุญ แต่ได้ทราบข่าวจึงจัดบั้งไปหมื่น
ไปร่วมบุญด้วย และได้พบนางไอ่คำเป็นครั้งที่ ๒ และได้รับการ
ต้อนรับอย่างดี ในการจุดบั้งไฟพระยาขอมให้มีการพนันกันว่า
ถ้าบั้งไฟของใครชนะจะได้ทรัพย์สมบัติและนางสนมกำนัล สำหรับ
ท้าวผาแดงนั้นจะยกนางไอ่คำให้ ในเวลาจุดปรากฏว่าบั้งไฟของ
เมืองอื่น ๆ ขึ้นหมด ส่วนของพระยาขอมไม่ขึ้น และของท้าวผาแดง
แตกกลางบั้ง แต่พระยาขอมก็เฉยเสียไม่ทำตามสัญญา
เจ้าเมืองต่างๆ จึงพากันกลับหมด ส่วนท้าวผาแดงก็กลับเมือง
ของตนพร้อมกับความทุกข์เพราะความรักและบั้งไฟไม่ขึ้น
ท้าวภังคี ลูกชายสุทโธนาค ได้แปลงกายมาร่วมงานบุญบั้งไฟนี้
และหลงรักนางไอ่คำด้วยเช่นกัน แต่ไม่มีโอกาสเข้าใกล้นางได้จึง
พกเอาความรักกลับไป ครั้นถึงเมืองศรีสัตตนาคนหุตแล้วก็ไม่
เป็นอันกินอันนอนจึงลาพ่อเพื่อจะมาหานางไอ่คำอีก ท้าวสุทโธนาค
ได้ห้ามไว้แต่ก็ไม่สามารถจะห้ามปรามได้ เมื่อมาถึงเมืองเอกธีตา
แล้วท้าวภังคีแปลงกายเป็นกระรอกด่อน (กระรอกเผือก)
ส่วนบริวารก็แปลงเป็นสัตว์ต่าง ๆ กระรอกด่อนภังคีแขวน
กระดิ่งทองคำไว้ที่คอด้วย ได้ปีนป่ายกระโดดไปตามต้นไม้ใกล้
ปราสาทของนางไอ่คำ นางไอ่คำเห็นกระรอกด่อนก็อยากได้จึง
ให้ตามนายพรานมาจับกระรอกด่อน นายพรานได้ยิงกระรอกด่อน
ทำให้กระรอกด่อนตาย ก่อนตายกระรอกด่อนได้อธิษฐานว่า
"ขอให้เนื้อของข้าจงเอร็ดอร่อย และมีพอกินแก่คนทั้งเมือง"
ชาวเมืองก็พากันแบ่งเนื้อกิน ยกเว้นพวกแม่ม่าย ฝ่ายบริวาร
ของภังคีเห็นเจ้านายของตนเสียทีก็รีบกลับไปบอกท้าวสุทโธนาค
ท้าวสุทโธนาคโกรธมากจึงเกณฑ์พลนับหมื่นเพื่อถล่มเมืองพระยาขอม
ใครกินเนื้อภังคีต้องเอาให้ตายหมด กองทัพพญานาคจึงมุ่งสู่เมือง
พระยาขอมทันที
วันนั้นเองท้าวผาแดงซึ่งรักนางไอ่คำจนทนอยู่ไม่ได้ จึงรีบขึ้นม้า
บักสามจากเมืองผาโพงมาสู่เอกธีตาเมื่อมาถึงนางไอ่คำก็ต้อนรับด้วย
ความดีใจ พร้อมทั้งจัดหาอาหารมาเลี้ยง เมื่อท้าวผาแดงรู้ว่าเป็น
เนื้อกระรอกก็ไม่กิน แล้วบอกนางไอ่คำว่ากระรอกตัวนี้มิใช่กระรอก
ธรรมดามันเป็นท้าวภังคีแปลงตนมา ใครกินเนื้อกระรอกแล้วบ้าน
เมืองจะถล่มถึงตาย พอตกกลางคืนกองทัพพญานาคก็มาถึงเมือง
แผ่นปฐพีจึงถล่มโครมครามไปทั่ว ท้าวผาแดงจึงให้นางไอ่คำเตรียม
ข้าวของบางสิ่งที่พอจะเอาไปได้ เช่น แหวน ฆ้อง และกลอง
ประจำเมืองแล้วรีบขึ้นม้าซ้อนท้ายตนเองควบม้าบักสามออกจากเมือง
ทันที พญานาครู้ว่านางไอ่คำหนีไปจึงติดตามไปติด ๆ แผ่นดิน
ก็ถล่มไม่หยุด นางไอ่คำต้องโยนฆ้องและกลองทิ้ง สุดท้ายก็โยน
แหวนทิ้งเพราะเข้าใจว่าพญานาคตามมาเอาสิ่งเหล่านี้ แต่พญานาค
ก็ยังตามมาอีก ม้าบักสามก็หมดแรงลงทำให้พญานาคตามมาทัน
แล้วเอาหางเกี่ยวตัวนางไอ่คำลงมาจากหลังม้า ส่วนท้าวผาแดง
ก็ควบม้าหนีต่อไปพญานาคก็ตามไปอีกเพราะท้าวผาแดงมีแหวน
ของนางไอ่คำติดตัวไปด้วย ท้าวผาแดงจึงทิ้งแหวนเสียตนเองจึง
ปลอดภัย พญานาคจึงอุ้มเอานางไอ่คำลงไปเมืองบาดาล บ้านใคร
ที่กินเนื้อของกระรอกด่อนก็ได้ถล่มกลายเป็นน้ำหมด เหลือ
แต่บ้านของแม่ม่ายที่ไม่ได้กิน จึงกลายเป็นดอนแม่ม่ายจนถึง
ทุกวันนี้
ท้าวผาแดงกลับไปถึงเมืองผาโพงแล้วเสียใจที่สูญเสียคนรัก
ไปต่อหน้าต่อตา จึงอธิษฐานต่อเทพยดาว่าจะขอตายเพื่อไปต่อสู้
เอานางไอ่คำกลับคืนมา ว่าแล้วก็กลั้นใจตายบนปราสาทแล้ว
ไปเป็นหัวหน้าผีได้นำกองทัพผีไปสู้กับพวกนาค ต่อสู้กันอยู่นาน
ทำให้น้ำในบึงในหนองขุ่น ดินบนบกกลายเป็นฝุ่นตลบไปหมด
ร้อนไปถึงพระอินทร์ต้องลงมาระงับศึก ให้พวกผีกลับเมืองผีให้
นาคกลับเมืองบาดาล ส่วนนางไอ่คำให้อยู่ที่เมืองบาดาลไปก่อน
รอพระศรีอาริย์มาตัดสินว่า ใครจะเป็นสามีที่แท้จริงของนาง
ดังนั้นนางไอ่คำจึงรอที่เมืองบาดาลจนกว่าจะถึงวันนั้น