| โอ้กรุงเทพ ฯ เมืองฟ้าอมร สมเป็นนครมหาธานี |
| สวยงามหนักหนายามราตรี งามเหลือเกินเพลิดเพลินฤดี ช่างงามเหลือที่จะพรรณา |
| เที่ยวเดินเล่นแลเห็นอาคาร เหมือนดังวิมานสถานเทวา |
| ทั้งยานพาหนะละลานตา งามแสนงามเหมาะนามสมญา เหมือนเทพสร้างมาจึงงามวิไล |
| ราชดำเนินน่าเดิน เพลิดเพลินเรียบร้อยพราวพรรณ สมนามสำคัญเฉิดฉันอำไพ |
| แสงไฟแสงโคมเล้าโลมฤทัย ทั้งเมืองวิไลคล้ายยามทิวา |
| ยอดมณฑปช่อตระการ สำเริงสำราญสถานเวียงชัย |
| เหมือนเมืองสวรรค์ของชาวไทย ชนทั้งเมืองรุ่งเรืองวิไล ถ้วนทั่วทุกวัยเลิศจริงหญิงชาย |
| ดังจะข่มอัปสรเทวา ยิ้มยวนเย้าตาดูแล้วสบาย |
| หรือเป็นชาวฟ้ามาเดินกราย เมืองนั้นงามดังเทพนิยาย ทั้งหญิงทั้งชายแต่งกายสวยดี |
| แหล่งท่องเที่ยวหย่อนใจ ทั่วไปหลากหลายรายเรียง หญิงชายเคล้าเคียงเพลินเสียงดนตรี |
| ทุกคืนเสียงเพลงครื้นเครงเพราะดี สวนลุมพินีเขาดินวนา |
| โอ้เมืองแก้วเลิศแล้วราตรี ทุกสิ่งล้วนมีชีวิตชีวา |
| ทั้งเงาลำน้ำเจ้าพระยา ยามสายลมเฉื่อยฉิวพลิ้วมา ประกายวับตาเลิศเลอนักเอย |
| หากกรุงเทพขาดฉันและเธอ ถึงงามเลิศเลอไม่พร้อมไพบูลย์ |
| เหมือนเป็นเมืองร้างใจอาดูร ความวิไลไม่งามพร้อมมูล ขาดความสมบูรณ์เกื้อกูลทวี |
| เมื่อมาอยู่ใกล้ชู้ชูใจ ทั้งเมืองวิไลสดใสทันที |
| เพราะเราถนอมกันโดยดี ความรักเราแน่นอนทวี ถึงนานกี่ปีไม่มีร้างรา |
| ต่างคนปลื้มเปรม อิ่มเอมคลอเคล้ากันไป น้ำคำน้ำใจมอบไว้บูชา |
| รักเราน้อมนำน้ำคำสัญญา ขอองค์พุทธารับเป็นพยาน |
| จิตสลักด้วยรักเจือจุน นับเป็นผลบุญอุดหนุนบันดาล |
| ทุกยามค่ำเช้าเราบนบาน ความรักเราไม่มีร้าวราน ถ้อยคำสาบานแน่นอนนักเอย |